เจาะลึกอาชีพเจ้าหน้าที่ประจำแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลที่มีความเสี่ยงสูง

เจาะลึกอาชีพเจ้าหน้าที่ประจำแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลที่มีความเสี่ยงสูง

post

การขุดเจาะนอกชายฝั่งเป็นกระบวนการสกัดน้ำมันและก๊าซจากแหล่งใต้น้ำ ซึ่งในแต่ละปีก็จะขุดลึกกันลงไปเรื่อย ๆ เนื่องจากการขุดเชื้อเพลิงฟอสซิลในบริเวณชายฝั่งนั้นได้หมดไปแล้ว แต่ความอันตรายมันอยู่ที่ว่า ยิ่งเราขุดลึกลงไปแค่ไหน ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุก็ยิ่งสูงตามขึ้นไปด้วย เพราะว่าบริเวณที่ทำงานอยู่กลางทะเล เต็มไปด้วยคนงานกว่าหลายร้อยชีวิต มีเกิดเหตุเพลิงไหม้จึงเป็นอันตรายมากกว่าบนบกหลายเท่า คนงานไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้ นอกจากลงเรือกู้ชีพ ในขณะเดียวกันเมื่อมีผู้ป่วยหนัก หรือบาดเจ็บ จะต้องรอส่งขึ้นเฮลิคอปเตอร์กลับไปยังแผ่นดินใหญ่เท่านั้น ถึงแม้ว่าในแถ่นจะมีห้องพยาบาลแต่ก็มีขีดจำกัดในการรักษาผู้ป่วย และผู้บาดเจ็บได้ จึงทำให้งานบนแท่นขุดเจาะถือว่ามีความเสี่ยงต่อชีวิตสูงมากเลยทีเดียว

กระบวนการขุดเจาะจะต้องใช้หัวขุดเจาะที่มีความยาวเริ่มต้นที่ผิวน้ำและสิ้นสุดที่ 18,000 ฟุตใต้พื้นทะเล พวกมันจะต้องถูกนำมาเปลี่ยนให้พร้อมใช้งานเสมอ แต่บางแท่นก็เลือกที่จะใช้งานต่อไปจนมันพังไปในที่สุด และโอกาสที่เราคาดไม่ถึงก็อาจมาถึง ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้เลยเมื่อทำงานอยู่บนนั้น อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับฤดูต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับพายุฝน ที่จะทำให้งานของคนงานเสี่ยงขึ้นไปอีก หัวหน้าคุมงานได้ออกมาเผยความจริงว่าสาเหตุที่แท่นขุดเจาะส่วนใหญ่ไม่สามารถหยุดเหตุการณ์น้ำมันรั่วได้ เพราะพวกเขาไม่เคยที่จะหยุดในความลึกที่กำหนด รวมถึงไม่เตรียมพร้อมรับมือปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

อย่างในแท่นขุดเจาะ Deepwater Horizon ถือเป็นเป็นแท่นขุดเจาะที่ลึกที่สุดในโลก ก่อนที่มันจะระเบิดและจมลงเมื่อวันที่ 20 เมษายน หลังจากที่พวกเขาเจาะลงไปที่ความลึก 35,055 ฟุต (10 กิโลเมตร) หรือลึกกว่า 6 ไมล์ สาเหตุเพราะพวกเขาพยายามขุดเจาะลงไปลึกกว่าที่เคยเป็นเวลากว่า 20 ชั่วโมง ต่อมาก็เกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรงขึ้น จนมีคำกล่าวว่า การขุดเจาะน้ำมันไม่ได้เพียงแค่เสี่ยงชีวิตเราอย่างเดียว แต่อาจสร้างความเสียหายตลอดแนวชายฝั่ง และระบบนิเวศใต้น้ำอีกด้วย แต่ถึงอย่างไรผู้คนก็ยังคงทำงานกันอย่างหนักเพื่อค่าตอบแทนมหาศาลที่มาพร้อมค่าเสี่ยง ราคาเท่าไหร่กันที่คนเราจะเอาชีวิตไปเสี่ยงตายกันได้ สำหรับคนงานธรรมดาบนแท่นขุดเจาะนั้น มีค่าตอบแถน 300 เหรียญต่อวัน หรือประมาณ 47,000 เหรียญต่อปี (1.5 ล้านบาท) แต่สำหรับหัวหน้าคนงานนั้นจะมีเงินตอบแทนที่สูงมากกว่า ถึง 75,000 – 100,000 เหรียญ ( 3.3 ล้านบาท)

เริ่มต้นการพัฒนาทักษะสำหรับเด็กเล็ก

เริ่มต้นการพัฒนาทักษะสำหรับเด็กเล็ก

post

เด็กเล็กตั้งแต่อายุ 1 – 5 ขวบ เป็นช่วงวัยที่กำลังอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก พวกเขาจะชอบสังเกตุสิ่งต่าง ๆ มากเป็นพิเศษ เพราะพัฒนาการส่วนใหญ่สำหรับเด็กวัยนี้คือพัฒนาการสมองที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พวกเขาจะเริ่มคลาน เริ่มเรียนรู้การพูด การเข้าสังคม และทักษะทางอารมณ์ที่ช่วยให้เขาสามารถตอบสนองต่อคนในครอบครัวได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้พวกเขาจะมีจินตนาการเป็นพิเศษ เป็นช่วงที่มีความฝันอยากเป็นนักบินอวกาศ หรือแม้แต่เป็นเจ้าหญิงที่รอเจ้าชายมาช่วยจากมังกร ในการที่จะทำให้พวกเขาเป็นเหมือนไอน์สไตตัวน้อยของครอบครัวนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย

1.การดูแลตนเอง

การสอนให้เขามีคววามรับผิดชอบ เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญอย่างมาก โดยในช่วงอายุ 5 ขวบเด็กสามารถแต่งตัวเองได้แล้ว สามารถนำเสื้อผ้าไปใส่ตระกร้า หรือเครื่องซักผ้าได้เมื่อกลับมาจากโรงเรียน พ่อแม่อาจจะยื่นมือเข้ามาช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้น แต่ให้มั่นใจว่าเด็กจะต้องทำในบางส่วนด้วย ถือเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันไม่ใช่ทำแทนกัน โดยไม่มีเกี่ยงว่าจะเหนื่อยแค่ไหน แต่ให้เขาระลึกไว้ว่ามันเป็นงานที่ต้องทำ

2.การช่วยเหลือในครัว

เด็กชอบเล่นทำอาหาร โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง การให้เข้ามาช่วยงานเล็กน้อย ๆ ในห้องครัวเป็นการฝึกทักษะที่ดี แถมเป็นที่ชื่นชอบสำหรับเด็ก ๆ อาจจะทำให้การทำอาหารของเราช้าหน่อย แต่เป็นการสอนให้เด็กรู้จักขั้นตอนการทำอาหาร กว่าจะได้กินข้าวแต่ละมื้อต้องทำอย่างไร พวกเขาก็จะเห็นคุณค่าของอาหารมากขึ้น พยายามสอนให้นำจานมาเก็บหลังจากทานอาหารทุกมื้อ

3.ทำการบ้านของตนเอง

แทนที่จะคอยบังคับให้ทำการบ้าน ลองปล่อยให้เขาเผชิญหน้าของผลลัพธ์จากการที่ไม่ทำการบ้านแทน แค่พยายามถามว่าเด็กมีการบ้านมาทำไหม และคอยแนะนำให้ทำก่อนที่จะกินข้าวเย็น หลังจากนั้นปล่อยให้เขาคิดเอง สอง – สามสัปดาห์ ถ้าเกิดเขาขอความช่วยเหลือก็คอยให้คำแนะนำและสอนอย่างถูกต้อง หลังจากนั้นให้ทำการเขียนจดหมายถึงครูว่ากำลังสอนให้เขารับผิดชอบการบ้านของตนเอง ไม่ได้ปล่อยปะละเลยแต่อย่างใด เพื่อให้ครูคอยจับตามองและกระตุ้นอยู่เสมอ

การจะให้เด็กฉลาดไม่ใช่เรื่องที่เราต้องไปควบคุมตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือเด็กต้องรู้จักคิดเองเป็น กล้าที่จะแสดงออก และยอมรับความช่วยเหลือจากผู้อื่นเมื่อไม่รู้คำตอบ ดังนั้นผู้สอนจึงมีหน้าที่คอยให้คำชี้นำต่าง ๆ ให้พวกเขาคิดตาม ไม่ใช่เฉลยคำตอบไปเสียหมดเพราะอาจทำให้เด็กเสียโอกาสในการเรียนรู้ แทนที่จะให้พวกเขาทำการบ้านทั้งวัน บังคับให้อ่านหนังสือ สู้เอาเวลาไปทำกิจกรรมสนุก ๆ ที่แฝงความรู้จะดีกว่า

ความปลอดภัย หัวข้อ ความปลอดภัยในงานช่างที่มองข้ามไม่ได้

ความปลอดภัย หัวข้อ ความปลอดภัยในงานช่างที่มองข้ามไม่ได้

post

การฎิบัติงานหรือการทำงานในสายงานอาชีพช่าง ไม่ว่าจะเป็นช่างในสาขาใด ช่างกล ช่างไฟฟ้า ช่างอิเล็กโทรนิกส์ ช่างซ่อมบำรุง ช่างประปา ช่างก่อสร้าง ช่างกล ช่างเหล็ก และอื่น ๆ สารพัดช่างนั้น อย่างที่ได้ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นการปฎิบัติงานที่ต้องคลุกคลีใกล้ชิดอยู่กับเครื่องยนต์ กลไกและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เต็มไปด้วยอันตรายที่สามารถจะเกกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้ว่าช่างจะเป็นคำเรียกที่บ่งบอกถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่พิเศษยิ่งกว่าสายงานอื่น ๆ ทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญในอุปกรณ์เครื่องมือที่ตนนั้นปฎิบัติอยู่ แต่อุบัติเหตุและอันตรายก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่เลือกสถานที่ โอกาส และวันเวลา ดังนั้นความปลอดภัยในการปฎิบัติงานทุก ๆ วินาทีและทุก ๆ ขั้นตอนกระบวนการการทำงานจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไปไม่ได้เลย ส่วนใหญ่แล้วอันตรายและอุบัติเหตุความผิดพลาดของการปฎิบัติงานช่างนั้นมักจะเกิดจาก

1.เครื่องมือ เคื่องใช้ทางช่างเอง และวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ 

 ซึ่งสาเหตุก็มาจากเครื่องมือและอุปกรณ์เหล่านั้นมักจะเกิดการชำรุด เสียหายหักพัง ขึ้นมาในช่วงเวลานั้นพอดี ยิ่งถ้าเครื่องมือชิ้นนั้นเป็นของมีคม มีกลไกที่เสี่ยงอันตราย มีกระแสไฟฟ้าก็ยิ่งทำให้เกิดอันตรายที่ร้ายแรงมากขึ้นเป็นทวีคูณตามมา สาเหตุมาจากวิธีการในการจัดเก็บและบรรจุ หรือวางวัสดุโดยไม่เป็นระเบียบ ไม่เคร่งครัด หรืออีกสาเหตุก็คือการใช้เครื่องมือช่างต่าง ๆ ในขณะซ๋อมหรือปฎิบัติงานอย่างผิดประเภทหรืออาจจะถูกประเภท ถูกชนิดแต่ไม่ถูกต้องลักษณะการใช้ของงานที่ควรจะเป็น สายไฟฟ้าและอุปกรณ์อยู่ในสภาพที่เก่า มีรอยรั่ว  ปริแตก ชำรุด แต่ไม่รีบแก้ไขเปลี่ยนและซ่อมให้อยู่ในสภาพการใช้งานที่ดีพอ การรั่วไหลของเชื้อเพลิงจากการจัดเก็บที่ไม่ดี เป็นต้น

2 .ระบบในการทำงานไม่ดีพอ ไม่เอื้อต่อการปฎิบัติจริง และสถานที่ที่ทำงานไม่เหมาะสม

 มักมาจากสาเหตุของการวางแผนการทำงานที่ไม่รอบคอบ หรือมีการทำงานในกระบวนการผิดขั้นตอน การไม่มีการสื่อสาร ขาดการประสานงานในระบบงานี่ชัดเจน เข้าใจตรงกันมากพอ สถานที่ในการทำงานคับแคบ ทำให้การปฎิบัติงานไม่สะดวก หรืออาจจะเกอดจากการถ่ายเทอากาศในสถานที่นั้น อับและอากาศถ่ายเทได้ไม่ดี เรื่องของแสงสว่างก็สำคัญ อุบัติเหตุและอันตรายในงานช่างหลายครั้งเกิดจากการที่สถานที่นั้นมีแสงสว่างไม่เพียงพอ อุปกรณ์ต่าง ๆ ติดตั้งไม่ดี ไมแน่นหนา ทำให้เกิดการ ล้ม พัง พลาด จนเกิดอุบัติเหตุ

หากมีการตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้และรีบเร่งแก้ไขบูรณาการสิ่งที่เป็นจุดอันตรายเหล่านี้ได้ ในองค์กร สถานที่ปฎิบัติงานก็จะปลอดภัยจากอันตรายของงานช่างได้ และที่สำคัญตัวช่างเองและผู้เกี่ยวข้องต้องมีความตระหนักถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ปฎิบัติตามกฎและข้อพึงปฎิยบัติอย่างเคร่งครัดก็จะปลอดภัยจากอุบัติเหตุได้

ความปลอดภัยในการเดินป่าที่ควรรู้

ความปลอดภัยในการเดินป่าที่ควรรู้

post

กิจกรรมท่องเที่ยวเดินป่า เป็นอีกรูปแบบของกิจกรรมและการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมกันมากในช่วงหลัง ๆ ซ฿งก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นกิจกรรมที่น่าส่งเสริม การที่คนเราได้ใกล้ชิดธรรมชาติใกล้ชิดกับป่าไม้ทำให้เกิดความรักและหวงแหน ชื่นชมและเสียดายในความสวยงาม บรรยากาศดี ๆ และความสดชื่นที่เราได้รับยามเดินป่า ทำให้เกิดสำนึกความรักธรรมชาติและทรัพยากรป่าไม้และไม่คืดทำลายป่าไม้ แต่การเดินป่าก็ใช่ว่าจะมีเฉพาะแต่ความสนุกเท่านั้น แต่การเดินป่าก็อาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้ทุกเมื่อเพราะถึงอย่างไรก็ขึ้นชื่อว่าเป็นป่า ดังนั้นหากใครที่กำลังเตรียมตัวหรือมีความคิดจะไปเดินป่าควรจะมีการเตรียมตัวในเรื่องความปลอดภัยในการเดินป่าดังนี้

ก่อนอื่นเมื่อเราจะเดินป่าและกำหนดพื้นที่แน่นอนแล้ว่าจะไปเดินป่าที่ไหน ควรใช้เวลาก่อนหน้านั้นในการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับป่าและบริเวณที่จะไปเดินป่าดี เช่น สภาพภูมิประเทศ อากาศ และลักษณะของป่าที่จะไปเดินป่าแต่ละชนิดก็มีลักษณะแตกต่างกัน การเดินป่าก็มีข้อควรปฎิบัติและระมันระวังต่างกันไป เช่น

การเดินป่าที่เป็นภูมิประเทศตามสันเขา เป็นการเดินป่าที่เรียกเว่าง่ายที่สุด เพราะมักจะเดินตามรอยทางที่สัตว์ป่าเดินอยู่ก่อน ไม่รกคดเคี้ยวแต่มักจะเป็นที่โล่ง ต้นไม้ไม่มาก สามารถมองลงไปเห็นเบื้องล่างได้ วิวก็สวย ข้อควรระวังก็คือ ต้องมีเข็มทิศและศึกษาเส้นทางอย่างดีเพราะมักจะมีเส้นทางให้เลือกเดินเยอะเนื่องจากมีทั้งคนและสัตว์เดินปผ่านหลายทาง

การเดินป่าชนิดป่าแบบภูมิประเทศเป็นลำห้วย ป่าชนิดนี้จะเดนยากกว่าทั้งมีต้นไม้ขึ้นรกจากความสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ มีพื้นที่ต่ำสูง เป็นโคลนเลนอยู่กระจายทั่วไป การเตรียมการคือเสื้อผ้าและรองเท้า ต้องเมาะสม ไม่ลื่นเสื้อผ้าควรมิดชิดรัดกุม เพราะจะมีทั้งสัตว์เล็ก ๆ แมลง ตัวทาก ริ้นไร ต่าง ๆ ที่อาจอันตรายหรือแม้แต่งู ต้องช่างสังเกตและหูตาไวด้วย

การเดินป่าแบบภูมิประเทศที่เป็นป่าทึบ การเดินป่าทึบเป็นการเดินป่าที่ต้องการความทรหด อดทน ชำนาญและสุขุมมาก ๆ เป็นการเดินป่าในรูปแบบที่ยากที่สุด เพราะป่ามีทั้งต้นไม้มากมาย มีสัตว์ต่าง ๆ มากมายเนที่อยู่ของสัตว์ป่าอาศํยอยู่มาก จำเป็นต้องเดินอย่างระมัดระวัง เงียบ และรอบคอบ

อุปกรณ์ที่นำติดตัวไปก็สำคัญเมื่อจะเดินป่าและได้ศ฿กษาลักษณะ รายละเอียดของป่าแล้ว ก็จะต้องเลือกจัดหาเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับลักษณะป่าที่คิดว่าจำเป็นต้องใช้ไปให้ครบถ้วนด้วย การเดินป่าครั้งนี้จึงจะประสบความสำเร็จและได้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ปลอดภัยอย่างแท้จริง

ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง

ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง

post

ไฟฟ้าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกและเป็นพลังงานที่มีคุณประโยชน์อย่างมหาศาลต่อคนเรา ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไฟฟ้าในส่วนขององค์กร ห้างร้าน บริษัท หรือแม้แต่การใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ตามบ้านทั่วไป ส่วนตัวเราทุกคนต้องเกี่ยวข้องและใช้ไฟฟ้ากันอยู่ทุกวันและตลอดทั้งวันอยู่แล้วโดยปกติ ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาก็จะต้องเปิดไฟ ใช้ไฟฟ้าในการประกอบอาหาร บ้างก็นั่งรถไฟฟ้าไปทำงาน เปิดไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศที่ทำงาน ใช้อุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ต่าง ๆ เช่นคอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร เป็นต้น แม้แต่คนต่างจังหวัดที่ไม่ได้ทำงานตามบริษัทก็ยังต้องใช้ไฟฟ้าเช่นกัน เช่นการใช้ไฟฟ้ากับปั๊มน้ำเพื่อนำน้ำมาใช้ในการเกษตร การใช้ไฟในฟาร์มอย่างเครื่องไฟกก เป็นต้น

ดังนั้นเมื่อคนเราต้องใช้ไฟฟ้าจนไฟฟ้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ขาดเสียไม่ได้แล้วการใช้ไฟฟ้าด้วยวิธีการที่ถูกต้องและระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะไฟฟ้าหากพลาดแล้วก็ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ ทั้งโดยอุบัติเหตุและความประมาท การใช้ไฟฟ้าให้ปลอดภัยและถูกต้องมีดังนี้

1. เมื่อจะใช้เครื่องไฟฟ้าชิ้นใดครั้งแรกจำเป็นจะต้องอ่านคู่มือให้ละเอียดและเข้าใจเสียก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น เช่นประเภทการใช้ไฟความแรงของกระแสไฟฟ้า เป็นต้น

2. อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าที่ใช้ควรได้รับการตรวจสอบและดูแลให้อยู่ในสภาพที่ดี พร้อมที่จะใช้งานได้อย่างปลอดภัยเสมอ ไม่ใช้หรือหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความชำรุดเสียหายโดยเด็ดขาด หากจำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าชิ้นนั้นก็จะต้องนำไปซ่อมแซมให้คงสภาพที่ดีพร้อมใช้งานก่อน

3. ไม่ควรซ่อมไฟฟ้าเองหากไม่ได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาอาชีพช่างไฟฟ้ามาก่อน และไม่ควรให้คนที่ไม่ร็ดีเกี่ยวกับไฟฟ้าไปซ๋อมหรือยุ่งเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า

4. การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้ง เมื่อจะใช้ต้องตรวจดูก่อนว่าตัวสวิตช์ไฟปิดเปิดนั้นไม่ได้เปิดให้เครื่องทำงานอยู๋ก่อน เพราะถ้าสวิตช์เปืดอยู่โอกาสที่ไฟฟ้าจะช็อตจะมีสูงมาก ทั้งอันตรายต่อคนที่เสียบปลั๊กนั้นและความเสียหายต่อตัวเครื่องใช้ไฟฟ้าเองด้วย

5. เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ไม่ควรนำสิ่งใดไปวางชิด พิง หรือแม้แต่พลาสติก ผ้า คลุมลงบนตัวเครื่องใช้ไฟฟ้าเพราะจะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุดไว มีอายุการใช้งานสั้น ไม่ถูกระบายความร้อนอย่างที่ควรจะเป็น

ความปลอดภัยจากการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นอยู่กับความรอบคอบและท่องไว้ทุกครั้งเมื่อจะใช้ไฟฟ้าว่าไม่ควรประมาท เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นมาแล้วอาจจะอันตรายและเสียหายเกินกว่าจะคาดถึงได้

หลักความปลอดภัยภายในโรงงาน

หลักความปลอดภัยภายในโรงงาน

post

โรงงานอุตสาหกรรมไม่ว่าที่ใดก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีเครื่องจักรที่เป็นอันตรายอยู่ บางครั้งอาจจะมีสารเคมี บางครั้งอาจจะมีความมีคมทำให้ได้รับบาดเจ็บได้ หรือบางครั้งอาจจะมีอันตรายจนถึงชีวิต และในโรงงานส่วนใหญ่ก็จะมีคน หรือแรงงานที่ทำงานอยู่ในนั้นด้วย ดังนั้นเมื่อชีวิตต้องอยู่ในความเสี่ยง จึงต้องมีหลักความปลอดภัยขึ้นในโรงงาน เพื่อที่จะป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับคนที่อยู่ในบริเวณโรงงานนั้นๆ ซึ่งในแต่ละโรงงานก็จะมีการใช้มาตรการความปลอดภัยที่แตกต่างกันออกไป แต่ที่ได้รับความนิยม และความครอบคลุมมากที่สุดนั่นก็คือ หลักความปลอดภัย 3 โดยจะเอามาใช้ในการสร้างความปลอดภัยในโรงงาน โดยในบทความนี้เราจะแบ่งหลักความปลอดภัยออกเป็น 4 หลักการด้วยกัน ดังนี้

  1. หลักการสร้างความรับผิดชอบ ซึ่งในการสร้างความรับผิดชอบนี้ไม่เพียงแค่ตัวพนักงานเท่านั้น เพราะเจ้าของโรงงาน รวมไปถึงวิศวกรเองก็ต้องมีความรับผิดชอบมากๆ ด้วย เพราะถือว่าทั้งสองนั้นมีความรู้ รวมถึงทราบส่วนต่างๆ ของโรงงานดีกว่าพนักงานอยู่แล้ว ฉะนั้นแล้วเจ้าของโรงงานเองจะต้องมีความรับผิดชอบในเรื่องของการจัดการหาอุปกรณ์เซฟตี้ต่างๆ ให้เพียงพอต่อความต้องการ รวมทั้งดำเนินการรักษาความปลอดภัยตามกฎหมายข้อบังคับเกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเคร่งครัดด้วย ในส่วนของวิศวกรนั้น อาจจะมีหลายแผนก ทั้งด้านรักษาความปลอดภัย ทั้งด้านเครื่องจักรต่างๆ ซึ่งแต่ละฝ่ายเองจะต้องทำตามหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด ตรวจสอบ ควบคุม แก้ไขส่วนต่างอย่างรอบคอบมากที่สุด เพราะถ้าพลาดเมื่อไร อาจจะมีการสูญเสียถึงชีวิตได้ และที่สำคัญไม่แพ้กันคือผู้ปฏิบัติงาน หรือพนักงานเองก็จะต้องปฏิบัติงานอย่างไม่ประมาท มีความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานอย่างดี หากต้องทำงานกับเครื่องจักรก็ควรทราบการทำงานอย่างละเอียด เพื่อที่จะได้ปลอดภัยในขณะใช้งาน หรือหากมันมีความขัดข้องเกิดขึ้น จะได้ทราบอย่างทันท่วงที
  2. หลักการความไม่ประมาท อย่างที่เรากล่าวไปว่าทุกๆ ฝ่าย จะต้องปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยไปด้วยกัน ในเรื่องความประมาทก็เช่นกัน ทุกคนที่ทำหน้าที่ในโรงงานต่างก็มีความสำคัญด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นควรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาท สุขภาพร่างกายจะต้องพร้อม รวมไปจนถึงสภาพจิตใจด้วย จะต้องมีสติอยู่เสมอขณะที่ทำงาน พร้อมทั้งไม่ฝ่าฝืนกฎระเบียบต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้
  3. หลักของความสะอาด ความสะอาดภายในโรงงานจะส่งผลต่อสุขภาพ ของคนภายในโรงงานเช่นกัน ดังนั้นจะโรงงานจะต้องมีการทำความสะอาดอยู่บ่อยครั้ง เพราะเมื่อไรที่ภายในโรงงานสกปรก ก็จะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคได้อย่างดีทีเดียว จะส่งผลต่อสุขภาพของพนักงานจากนั้นงานในโรงงานเองก็จะได้รับผลเสียตามมา
  4. หลัก 3 E คือหลักการที่เราได้พูดถึงในข้างต้นว่ามีการนำไปใช้อยู่บ่อยๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้
  • E ตัวแรกคือEngineering หรือวิศวกรรมศาสตร์ เป็นการใช้ความรู้ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ในการดูแล คำนวณ หรือออกแบบเครื่องจักร ให้มีสภาพการใช้งานที่ปลอดภัยมากที่สุด
  • E ตัวที่สอง คือEducation หรือการศึกษา หมายถึงการให้ความรู้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในโรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยต่างๆ เพื่อที่จะสร้างความปลอดภัย รวมถึงช่วยลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น และพร้อมที่จะรับมือหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงๆ
  • E ตัวสุดท้าย คือEnforcement หรือการออกกฎข้อบังคับ เป็นการกำหนดมาตรการอย่างรอบคอบ ให้คนในโรงงานปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยทุกคนจะต้องทำตามหากมีใครฝ่าฝืนอาจจะต้องวิธีในการลงโทษตามความเหมาะสม

 

 

 

https://sites.google.com/site/suxkarreiynkhwamplxdphay/7-hlak-kar-srang-khwam-plxdphay-ni-ngan-xutsahkrrm

สร้างความปลอดภัยที่ทำงาน

สร้างความปลอดภัยที่ทำงาน

post

สถานที่ทำงานคือสถานที่ที่คุณจะต้องอยู่ในขณะที่คุณทำงาน ดังนั้นจึงจำเป็นมากที่สถานที่ที่คุณทำงานอยู่นั้นจะต้องมีความปลอดภัย ไม่ว่าสถานที่ทำงานนั้นจะออฟฟิศ โรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน หรืออะไรก็ตาม เมื่อมีสิ่งมีชีวิตที่ต้องอาศัยอยู่ในนั้น ความปลอดภัยจะต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด เพราะหากสถานที่ทำงานของคุณไม่ปลอดภัย มันอาจจะทำให้เกิดการสูญเสียจนถึงชีวิตเลยก็ได้ ในวันนี้เราจึงมีวิธีการสร้างความปลอดภัยในที่ทำงาน เพื่อให้ทุกคนได้นำเอาไปใช้กัน ทั้งตัวผู้ประกอบการ และพนักงานเองก็ตาม

  • สะอาด เป็นหลักการแรกๆ ที่เราสามารถทำได้ง่ายๆ ยิ่งถ้าหากว่าสถานที่ทำงานของคุณเป็นสถานที่ที่ไม่ใหญ่มาก อย่างออฟฟิศ การทำความสะอาดในพื้นที่เล็กๆ ก็สามารถที่จะทำได้ง่าย มันคือการจัดแจงเอาสิ่งที่ไม่จำเป็นแล้วออกไป จะช่วยเพิ่มทั้งความสะอาดให้กับที่ทำงานคุณ แถมยังลดพื้นที่ให้เชื้อโรคตัวน้อยๆ อยู่ด้วย แต่หากที่ทำงานของคุณเป็นโรงงานหรือสถานที่กว้างๆ ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่หน้าที่ของคุณในการทำความสะอาด แต่คุณเองก็จะต้องมีจิตใต้สำนึกที่ดี ที่จะไม่ทำให้มันแย่ลง ด้วยการช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดเท่าที่จะทำได้ ในส่วนของผู้ประกอบการเองก็จะต้องมีจิตสำนึกเช่นกัน ต้องมีการทำความสะอาดสถานที่ทำงานอยู่บ่อยๆ เพื่อลดพื้นที่เพาะพันธุ์เชื้อโรค ที่อาจจะมาจากความสกปรก หรือฝุ่นละอองต่างๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อพนักงานของคุณ
  • สะดวก แน่นอนว่าคงไม่มีใครนั่งทำงานอยู่นิ่งๆ กับที่ทั้งวันไม่ได้เดิน หรือขยับออกไปไหนมาไหน ดังนั้นจะต้องทำให้สถานที่ทำงานของคุณนั้นดูสะดวก ไม่รกจนเกินไป จัดวางสิ่งของอย่างเป็นระเบียบ นอกจากนี้แล้วยังทำให้คุณสามารถที่จะหาของสิ่งนั้นได้ง่ายกว่าเดิมด้วย
  • เช็คสภาพ หมั่นเช็คสภาพอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุณใช้ในการทำงานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ในสำนักงาน หรือหากทำงานในโรงงานที่มีเครื่องจักร คุณเองจะต้องทราบว่าเครื่องจักรที่คุณใช้ทำงานนั้น มีกระบวนการทำงานอย่างไร เพื่อที่ว่าหากมันเกิดความขัดข้องขึ้น คุณจะรู้ทันแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที ส่วนเจ้าของกิจการเอง หรือวิศวกรผู้ที่ดุแลในเรื่องของเครื่องจักร ก็จะต้องทำงานอย่างเต็มที่และรอบคอบ
  • ไม่ประมาท หมายความว่าเมื่อคุณอยู่ในที่ทำงานแล้ว รู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น อย่าปล่อยละเลยไปแล้วคิดว่าคงไม่เป็นไร เพราะนั่นอาจจะนำมาสู่หายนะอันยิ่งใหญ่ได้
  • สร้างนิสัย หมายความว่าสิ่งที่คุณทำมาตั้งแต่แรก คุณจะต้องทำมันอยู่อย่านั้น ไม่ใช่ว่าปล่อยให้มันแย่แล้วค่อยมาทำใหม่ ซึ่งมันอาจจะลำบาก แล้วทำให้คุณไม่มีความรู้สึกที่จะอยากทำมันต่อไป ดังนั้นจงปฏิบัติจนให้เกิดนิสัย เมื่อคุณเองรู้สึกเคยชินกับสิ่งที่คุณทำ คุณก็จะทำมันได้โดยอัตโนมัติ ไม่รู้สึกว่าฝืนเมื่อต้องทำสิ่งเหล่านี้

 

 

 

http://www.npc-se.co.th/read/npc_read_detail.asp?read_id=1327&cate_id=3

รายละเอียดกฎหมายห้ามนั่งในแค็ปและท้ายรถกระบะ

รายละเอียดกฎหมายห้ามนั่งในแค็ปและท้ายรถกระบะ

post

ตอนนี้ที่กำลังเป็นเรื่องร้อนแรงที่สุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎหมายคงหนีไม่พ้นเรื่องของกรห้ามนั่งในแค็ปรวมถึงบริเวณท้ายรถกระบะ แน่นอนว่ามันย่อมส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้ที่มีรถกระบะอย่างแน่นอน ด้วยความที่หลายๆ ครอบครัวไม่สามารถจะหาเงินมาซื้อรถเก๋งหรือรถตู้เพื่อใช้บรรทุกคนอย่างเดียวได้ จำเป็นต้องใช้รถกระบะในการทั้งบรรทุกคนและบรรทุกของ นี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนยังคงไม่เข้าใจกับรายละเอียดกฎหมายตรงนี้ที่ถูกตั้งขึ้นมา

รายละเอียดกฎหมายเกี่ยวกับการห้ามนั่งแค็ปและกระบะท้ายรถ

รายละเอียดตัวกฎหมายการห้ามนั่งแค็ปและท้ายรถกระบะมาจากการบังคับใช้อำนาจ ม.44 โดยมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า ท้ายกระบะถือเป็นพื้นที่เพื่อเอาไว้สำหรับการบรรทุกของเพียงอย่างเดียวห้ามไม่ให้มีผู้โดยสารอยู่ในบริเวณดังกล่าวอย่างเด็ดขาด ส่วนการนั่งในรถต้องเป็นการนั่งในพื้นที่ที่มีเข็มขัดนิรภัยเท่านั้น ไม่ให้มีผู้ใดไปนั่งเบียดเสียดกัน เหตุผลหลักๆ ก็เพื่อต้องการลดอุบัติเหตุ ซึ่งก็ได้มีการออกมาให้เหตุผลหลักๆ ของการห้ามนั่งท้ายกระบะโดยเด็ดขาดซึ่งสามารถสรุปเหตุผลที่น่าสนใจได้ดังนี้

  1. กระบะบริเวณด้านหลังไม่ได้มีที่นั่งเพื่อให้ผู้โดยสารไปนั่งอยู่แล้ว
  2. ไม่มีที่สำหรับการคาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งตรงเรื่องนี้ต้องมองย้อนกลับไปเกี่ยวกับเรื่องของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาหากมีผู้เสียชีวิตใครเป็นผู้รับผิดชอบ นอกจากนี้ยังได้พูดรวมไปถึงการโดยสารรถแท็กซี่ก็จะต้องมีผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน เหตุเพราะพื้นที่ที่นั่งในรถจะต้องมีเข็มขัดนิรภัยเพียงอย่างเดียว

จากสิ่งที่เกิดขึ้นมาแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไมได้ถึงผู้ที่มีรถกระบะรวมถึงผู้ที่จำเป็นต้องโดยสารรถกระบะเพื่อไปทำสิ่งต่างๆ สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดก็คือ คนที่มีรถกระบะแค็ปเมื่อมีการออกกฎหมายมาก็เท่ากับว่าจะนั่งโดยสารได้แค่ 2 คน ซึ่งมันคงเป็นเรื่องที่ลำบากน่าดู หรือสำหรับแรงงานที่ต้องนั่งท้ายกระบะเพื่อไปทำงานก็คงจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับเรื่องนี้มันเริ่มกลายเป็นสิ่งที่ไม่พอใจในวงกว้างของผู้ใช้รถใช้ถนน บ้างก็บอกว่าไม่ได้เป็นคนมีฐานะร่ำรวยอะไรต้องการซื้อรถกระบะก็เพื่อไว้ใช้ประโยชน์ได้อย่างครบครัน บางคนก็บอกว่าเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปในแต่ละครั้ง ซึ่งตรงจุดนี้เองก็ได้มีการผ่อนผันในบางกรณีแต่ก็ต้องรอดูความชัดเจนของข้อกฎหมายในอนาคตต่อไปว่าท้ายที่สุดแล้วการนั่งแค็ปและการนั่งท้ายกระบะจะมีผลทางกฎหมายเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

 

http://www.politic.zocialx.com/19527

มาดูการทำงานให้ปลอดภัยโดยใช้หลัก  Safety First  ในโรงงาน

มาดูการทำงานให้ปลอดภัยโดยใช้หลัก Safety First ในโรงงาน

post

Safety First  คืออะไร

          Safety First  หรือแปลเป็นภาษาไทยตรงตัวได้ว่า  ปลอดภัยไว้ก่อน  เป็นหลักการที่ไม่ว่าจะกระทำการใดก็แล้วแต่  ให้ยึดหลักความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ  โดยสามารถหลีกเลี่ยงและป้องกันภัยอันตรายต่าง  ๆ ได้จากความไม่ประมาทเลินเล่อ  มีสติ  และระมัดระวัง  ไม่ว่าจะกระทำการสิ่งใด  เหล่านี้จะสามารถป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ ได้

หลัก  Safety First  ในโรงงาน  คืออะไร

โรงงาน  หมายถึง  สถานที่ที่ผู้ประกอบการใช้เพื่อผลิตสินค้าต่าง ๆ มีทั้งใหญ่และเล็กแตกต่างกันไป  ภายในโรงงานจะประกอบไปด้วยแรงงานคนตั้งแต่  7  คนขึ้นไป  ภายในโรงงานอาจมีเครื่องจักกลหรือเครื่องมือต่าง ๆ ตามเทคโนโลยีแตกต่างกันไป  หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น  ก็จะสามารถมีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและกำไรแตกต่างไปตามความรุนแรง  หากผลกระทบจากอุบัติน้อยก็อาจไม่ส่งผลกระทบต่อโรงงานเท่าใด  แต่หากได้รับความบาดเจ็บมาก  อาจถึงขั้นทุพพลภาพและเสียชีวิต  โรงงานก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาคนงาน  กรณีที่เสียชีวิตก็ต้องเสียกำลังคนซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิตอีกด้วย  ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น  และผลกำไรก็ลดลง

หลัก  Safety First  ในโรงงาน  หรือหลักปลอดภัยไว้ก่อนในโรงงานนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมาก  เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มอัตราความปลอดภัยขึ้น  เมื่อมียึดหลัก  Safety First  การระมัดระวังและป้องกันจะทำให้เราสามารถลดการบาดเจ็บและการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินลงได้       พรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 จึงมีข้อกฎหมายบัญญัติไว้ ว่าหากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษทั้งแพ่งและอาญา ในเรื่อง ปลอดภัยไว้ก่อน (Safety First)

หลัก Safety First ภายในโรงงาน  ทำได้อย่างไร

เราสามารถป้องกันและหลีกเลี่ยงอุบัติภัยจากการทำงานในโรงงานได้  โดยการเพิ่มความรอบคอบ  ไม่ประมาท  และเตรียมป้องกันอันตรายทางด้านต่าง  ๆ ดังนี้

  1. ป้องกันจากตัวบุคคล

–  ควรมีข้อกำหนดอย่างเคร่งครัดในการแต่งกายให้เรียบร้อย  รัดกุม  บางโรงงานอาจมีเครื่องป้องกันทางด้านสารเคมีเพื่อไม่ให้เข้าไปในร่างกาย  ซึ่งจุดนี้ห้ามพนักงานละเลยโดยเด็ดขาด  เน้นย้ำให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดในทุกด้านของโรงงานอย่างเคร่งครัด

  1. ป้องกันจากเครื่องมือเครื่องใช้

     โรงงานควรมีพื้นที่ในการจัดวางเครื่องมือเครื่องมืออย่างเป็นระบบระเบียบ  และควรมีการตรวจสอบและดูแลบำรุงรักษาอยู่เสมอ  เพื่อไม่ให้เกิดการชำรุดและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุต่อผู้ใช้งานตามมา

  1. ป้องกันจากสภาพแวดล้อม

     โรงงานควรจัดพื้นที่ในการทำงานให้เหมาะสมกับงานนั้น ๆ  มีความปลอดภัย  สะอาด  และเป็นระเบียบ

แม้จะมีหลักการและกฎเกณฑ์กำหนดขึ้นอย่างตายตัว  สิ่งสำคัญที่สุดคือทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยจึงจะเกิดผลสูงสุด  จึงจะสามารถประสบความสำเร็จตามหลัก  Safety First  หรือปลอดภัยไว้ก่อนอย่างยั่งยืน

 

ที่มา

http://www.factorysafety2u.com

www.sipotec.ac.th

หลักในการเลือกซื้ออาหารเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

หลักในการเลือกซื้ออาหารเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

post

อาหาร  เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์  เพราะเราอยู่ไม่ได้ถ้าขาดอาหาร  การเลือกรับประทานอาหารที่ดีก็มีประโยชน์แก่ร่างกาย  แต่ในทางกลับกัน  หากไม่รู้จักเลือกให้ดีก็จะเกิดโทษได้  ดังนั้น  ในฐานะที่มนุษย์เราต้องเป็นผู้บริโภคอยู่ตลอด  จึงควรมีหลักในการเลือกซื้ออาหารทุกประเภท  เพื่อความปลอดภัยและได้รับคุณค่าทางอาหารได้อย่างครบถ้วน  วันนี้เราจึงนำหลักเบื้องต้นในการเลือกซื้ออาหารประเภทต่าง ๆ ที่สำคัญมาฝาก

อาหารประเภทเนื้อสัตว์ 

–  วัว  เลือกที่มีสีแดง  ไม่มีสีเขียวคล้ำ  หากมีมันติดให้เลือกซื้อที่มีมันสีเหลือง

–  หมู  เลือกที่มีหนังเกลี้ยง  ขาว  เนื้อมีสีชมพู  มันสีขาว ไม่มีสีเขียวคล้ำ

–  เป็ด เนื้อหนา  ไม่มีกลิ่น  สีไม่ซีด  ไม่มีสีเขียวคล้ำ

–  ไก่  ส่วนเนื้อมีสีชมพู  หนังสีขาว  ไม่มีเมือกหรือรอยเขียวคล้ำ
–  กุ้ง หัวต้องติดแน่นกับลำตัว  เนื้อแน่น  เปลือกแน่นแข็ง  ไม่หลวมหลุดออกจากลำตัว
–  หอย ไม่มีกลิ่นเหม็น  ไม่มีเมือก หอยที่ยังสดและมีชีวิตหากวางทิ้งไว้จะปากอ้า
–  ปูทะเล เนื้อแน่น  กระดองแน่นกดไม่ลง  ตาใส  ตัวหนัก

–  ปลา  เลือกที่ตาใส  ลำตัวไม่เป็นแผล  เหงือกแดง
อาหารประเภทไข่
–  ไข่เป็ด  ไข่ไก่  ไข่สดจะมีสีนวล  เปลือกไม่เป็นมัน  ยกขึ้นส่องกับแสงสว่างจะเห็นเงาของไข่แดง

อาหารประเภทผัก

ผักมีหลายชนิดและประเภท  ดังนั้นหลักในการเลือกซื้อผักโดยรวมให้พิจารณาเลือกซื้อตามฤดูกาล  จะได้ผักที่

ราคาถูกและสด  เลือกที่อ่อน  สด  ไม่ช้ำ  ไม่เหี่ยว

อาหารประเภทผลไม้ 

ผลไม้ก็มีหลายชนิดและหลายประเภทเช่นเดียวกันกับผัก  หลักโดยรวมในการพิจารณาเลือกซื้อคือ  ต้องดูผลไม้ที่สดใหม่  ไม่มีรอยช้ำบริเวณพื้นผิวของผลไม้  บางชนิดควรเลือกที่มีมดไต่บริเวณขั้ว  กิ่งและผล  เพราะแปลว่าไม่มีสารพิษตกค้าง

อาหารประเภทบรรจุภาชนะ

สิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นอับดับแรกของอาหารบรรจุสำเร็จก็คือ  ภาชนะ  ควรปิดสนิท  กรณีเป็นกระป๋องต้องไม่มีสนิมและรอยบุบต่าง ๆ  ต้องมีฉลากแสดงชื่อและรายละเอียดต่าง ๆ ของสินค้าอย่างละเอียด  ทั้งวันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ  สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม  (อย. หรือ มอก.)  เป็นรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร

อาหารประเภทปรุงสำเร็จ

คือ  อาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงแล้วพร้อมที่จะรับประทาน เช่น  ต้ม แกง เป็นต้น  หากจะเลือกซื้ออาหารสำเร็จต้องเลือกที่มีกลิ่นและรสที่ไม่ผิดแปลกจากปกติ  สีไม่คล้ำหรือสีจัดจ้านจนเกิดไป  สถานที่จัดเก็บและภาชนะต้องสะอาด  ปิดมิดชิด  ไม่มีแมลงวันตอม

หากเราเลือกซื้ออาหารตามหลักการเบื้องต้น  รับรองว่าจะได้บริโภคอาหารดีมีประโยชน์ทั้งต่อตนเองและคนที่เรารักอย่างแน่นอน

 

ที่มา

http://patchanee.wikispaces.com

https://chenyiling25.wordpress.com