อีกหนึ่งอาชีพที่มีความอันตรายแต่ก็ได้เงินสูงคือ ชาวประมง หรือนักจับปูอลาสก้า

อีกหนึ่งอาชีพที่มีความอันตรายแต่ก็ได้เงินสูงคือ ชาวประมง หรือนักจับปูอลาสก้า

post

ถ้าคณคิดว่าการทำอาชีพเป็นชาวประมงมันแสนสบาย คุณอาจจะต้องกลับไปคิดใหม่ถ้าคุณอยู่ที่อะแลสกา ซึ่งชาวประมงในประเทศนี้ถูกจัดอันดับว่าเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงตายที่สุดในโลก พวกเขาต้องเสี่ยงตายเพื่อให้ได้อาหารทะเลมาเสริฟ์บนจานอาหารของพวกเรา ปกติดแล้วการออกทะเลก็ไม่ใช่เรื่องของคนใจอ่อนอยู่แล้ว ในทุก ๆ ปีชาวประมงนับพันคนทำงานอยู่นอกชายฝั่งทะเล และขอพรจากเทพทั้งหลายให้อยู่รอดปลอดภัยกลับถึงฝั่ง ทำไมพวกเขาถึงยอมเสี่ยงตายเพื่องานนี้ ก็เพราะมันได้ผลตอบแทนที่ดี เมื่อดูจากตัวเลขกว่า 95% ของปลาแซลมอนที่ขายในตลาดสหรัฐถูกส่งมาจากที่อะแลสก้าทั้งสิ้น การทำประมงของที่นี่ถือเป็นฐานเศรษฐกิจหลักของเมืองเลยล่ะ

แต่สิ่งที่อันตรายที่เราพูดถึงมันคืออะไรกัน แน่นอนว่าท้องทะเลมีน้ำ มีลม และมีพายุ บางครั้งชาวประมงก็ต้องพบกับความบ้าคลั่งของทะเล เหมือนกับความวิโรธของเทพโพไซดอน ที่เสกพายุคลื่นลูกใหญ่ถาโถมเข้าสู่เรือชาวประมง ในแต่ละวันพวกเขาจะต้องทำงานกับอวนที่หนักกว่าหลายร้อยปอนด์ ท่ามกลางฝนที่ตกกระหน่ำ ในทุก ๆ 100,000 คน ชาวประมงสูญหายไปในทะเลกว่า 128 คน ตั้งแต่ปี 2007 จากตัวเลขโดยเฉลี่ยจำนวน 26 ครั้ง จึงเป็นเรื่องที่บอกได้เลยว่าความสบายไม่เคยมีอยู่บนเรือนี้ และถือเป็นอาชีพที่มีผู้เสียชีวิตมากเป็น 1 ใน 3 ของปี

ในแต่อาชีพชาวประมงก็ยังมีกลุ่มที่ถือว่าเสี่ยงตายมากกว่าเพื่อนอีกด้วย โดยเฉพาะนักจับปูอะแลสกา พวกเขาออกไปตามหาขุมสมบัติมีชีวิตที่จะนำมาขายให้ตามโรงแรม หรือร้านอาหารต่าง ๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะกลับมาได้ และอาจจะกลับมามือเปล่าด้วยเช่นกัน ฤดูกาลสำหรับออกหาปูอะแลสกานั้นมีเพียงไม่กี่วัน เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว เรือหาปูกว่า 200 ลำจะออกไปนอกอ่าวอะแลสกา หรือ ทะเลแบริ่ง เพื่อแข่งกันหาปูให้ได้มากที่สุด อุปกรณ์หลักในการจับปูคือกรงเหล็กหนัก 800 ปอนด์ ที่จะถูกโยนลงไปในตำแหน่งที่ปูอยู่กันมากที่สุด ภายในกรงมีเยื่อล่อแขวนอยู่ เมื่อปูขึ้นมากินเยื่อมันก็จะตกลงไปในกรงและไม่สามารถหนีไปไหนได้

ความอันตรายที่แท้จริงในทะเลแบรริ่งก็คือพายุฤดูหนาวที่ บวกกับความเร่งรีบในการจับปูที่จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุตามมา หากลูกเรือบาดเจ็บก็เท่ากับโอกาสรอดหายไปแล้วครึ่งหนึ่ง เพราะไม่มีใครที่จะพาพวกเขาฝ่าพายุไปส่งโรงพยาบาลได้แน่ ๆ ทำให้งานนี้ต้องเตรียมตัวกันมาพร้อม และต้องเตรียมใจกันมาด้วย งานที่ยิ่งอันตรายมาพร้อมกับค่าตอบแทนมหาศาล ทำให้อาชีพนี้ยังเป็นที่น่าสนใจสำหรับชายหนุ่มอยู่เสมอมาไม่ว่ามันจะอันตรายแค่ไหนก็ตาม

ส่องอาชีพที่มีความเสี่ยงอันตรายในการทำงานสูง

ส่องอาชีพที่มีความเสี่ยงอันตรายในการทำงานสูง

post

สำหรับคนทำงานในออฟฟิศ ความเสี่ยงในการบาดเจ็บสูงสุดก็คงไม่มีอะไรหนักหนาไปกว่ากระดาษบาดนิ้ว มันอาจจะไม่ถึงตายแต่ก็อาจรู้สู้สึกเหมือนโดนมีดบาด ในขณะเดียวกันในอาชีพอื่น ๆ ยังมีความเสี่ยงอันตรายที่อาจถึงชีวิตในระหว่างการทำงาน วันนี้เราจะพามาดูอาชีพเสี่ยงตายที่มีค่าตอบแทนสูง แต่ละอาชีพไม่เหมาะกับคนใจเสาะอย่างแน่นอน เพราะคนงานที่ประกอบอาชีพเหล่านี้จะต้องเอาชีวิตไปแขวนอยู่บนเส้นด้าย วันหนึ่งพวกเขาอาจบาดเจ็บ หรืออาจร้ายแรงจนถึงชีวิต และนี่คืออันดับอาชีพที่สุดอันตราย

1.คนงานตัดไม้

คนงานตัดบาดเจ็บหนัก 135.9 ต่อคนงาน 100,000 คน โดยอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากคนงานโดนต้นไม้ทับ หรือติดอยู่กับต้นไม้ ทำให้ค่าตอบแทนของพวกเขาอยู่ที่ 37,590 เหรียญ (1.2 ล้านบาท)

2.ชาวประมง

เหมือนจะเป็นอาชีพหลัก ๆ ของชาวไทยเรา แต่สำหรับต่างประเทศแล้วพวกเขามีรายได้ตอบแทนเยอะกว่าบ้านเรามาก ๆ แต่ด้วยเหตุที่ว่าท้องทะเลมีความอันตรายจากพายุฝน และลมพายุ ทำให้ต้องเสี่ยงตายกันทุกวัน จนทำให้จำนวนชาวประมงทุก ๆ 100,000 คนจะมีผู้บาดเจ็บกว่า 86 คน ในแต่ละปีชาวประมงจะได้ค่าตอบแทนเป็นจำนวนเงิน 27,110 เหรีญ (894,630 บาท)

3.นักบินและวิศวกรการบิน

อาชีพเสี่ยงตายที่สุดบนอากาศ นักบินจะต้องขับเครื่องบินโดยรับผิดชอบผู้โดยสารกว่าหลายร้อยชีวิตให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาบาดเจ็บมากที่สุดไม่ใช่เครื่องบินตก แต่เป็นผลพวงจากการทำงานหนัก ทำให้จำนวนนักบินและวิศวกรในทุก ๆ 100,000 คน จะมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 55.5 คนในแต่ละปี โดยมีค่าตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 105,720 เหรียญ (3.4 ล้านบาน)

4.คนงานโรงเหล็ก

อุตสหกรรมเหล็กต้องทำงานอยู่กับเตาหลอม และวัตถุดิบที่มีความน้ำหนักสูง จึงไม่แปลกที่พวกเขาอาจถูกพวกมันทับได้ระหว่างการทำงาน ในทุก 100,000 คน จะมีผู้บาดเจ็บหนัก 25.1 คน และบาดเจ็บทั่วไปอีก 1,440 คน มีค่าตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 51,800 เหรียญ (1.7 ล้านบ้าน)

5.คนขับรถบรรทุก และพนักงานขาย

ท้องถนนเป็นสิ่งที่ผู้คนต้องมีสมาธิอยู่ตลอดเวลา เพราะมันพร้อมที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ ไม่เขาชนเรา เราก็ชนเขา จึงทำให้อาชีพนี้มีความเสี่ยงสูงเพราะต้องขับรถอยู่บนถนนเกือบตลอดวันทำงาน โดยจำนวนพนักงาน 100,000 คนจะมีผู้ที่บาดเจ็บหนัก 24.7 คน และบาดเจ็บทั่วไปอีก 30,180 คน ค่าตอบแทนอยู่ที่ 36,670 เหรียญ (1.2 ล้านบาท)

6.ช่างไฟฟ้า

การทำงานของพวกเขาจะต้องข้องเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้าเป็นหลัก แน่นอนว่าแค่ไฟบ้านก็อันตรายถึงตายแล้ว แต่สำหรับพวกเขาที่ต้องทำงานกับไฟที่อาจมากถึงหลายแสนโวลต์ จึงเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงไม่น้อยทำให้ค่าตอบแทนต่อปีอยู่ที่ 52,720 (1.7 ล้านบาท)

มาดูระบบ safety รักษาความปลอดภัยของนักดับเพลิงกับอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง

มาดูระบบ safety รักษาความปลอดภัยของนักดับเพลิงกับอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง

post

นักผจญเพลิงเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด เมื่อที่ใดมีเพลิงไหม้ จะต้องมีนกผจญเพลิงเข้าไปจัดการในสถานที่เกิดเหตุ แต่เพราะว่าเหตุร้ายอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อไม่ว่าจะเป็นตอนเช้า หรือกลางคืน พวกเขาจึงทำงานกันตลอดทั้งวันและทั้งคืน เพื่อแสตนบายรอรับเหตุการณ์ต่าง ๆ แต่หลายคนเคยสงสัยไหมว่าชุดของพวกเขาทำไมถึงพิเศษนัก มันกันไฟได้อย่างไร และมีขีดจำกัดมากสุดเท่าไหร่ วันนี้เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดของชุดนักผจญเพลิงกันว่ามันมีอะไรอยู่บ้าง ทำหน้าที่อะไรและมีราคาเท่าไหร่

1.หมวกกันไฟ

หมวกเป็นอุปกรณ์สำคัญสุด มีหน้าที่ปกป้องผู้สวมใส่จากควันและไฟ ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา ซึมซับแรงกระแทกได้ดี บางครั้งสีหมวกอาจแบ่งไปตามลำดับยศของผู้สวม แต่ส่วนใหญ่จะมีสีส้ม และสีเหลือ ตามหลักของสากลแล้วหมวกจะต้องเปลี่ยนใหม่ทุก ๆ 5 ปี เพราะฉนวนที่อยู่ภายในหมดอายุและไม่อาจป้องกันไฟได้อีก ราคาหมวดแต่ละใบอยู่ที่ 10,000 บาท

2.ฮูดกันไฟ

หมวกคลุมกันไฟที่จะช่วยเสริมการป้องกันไฟอีกชั้นก่อนสวมหมวกลงไป เพื่อปกป้องส่วนลำคอที่ไฟอาจทำอันตรายได้ ทำจากวัสดุกันไฟคุณภาพสูง ราคา 2,000 บาท

3.ชุดคลุมกันไฟ

ชุดของนักดับเพลิงทำจากวัสดุสังเคราะห์ที่สามารถทนต่ออุณภูมิไฟได้สูง และยังคงคุณสมบัติกันไฟได้ต่อไปหลังจากที่สัมผัสไฟมาแล้ว ชุดมีการติดแถบเรืองแสงเพื่อให้สังเกตุได้ง่ายระหว่างการทำงานร่วมกัน  มีความทนทานต่อความร้อนสูงโดยไม่ต้องสวมใส่จะไม่รู้สึกว่าชุดของพวกเขาหนักเกินไป ราคาต่อชุดอยู่ที่ 42,900 บาท

4.รองเท้าบู๊ตกันไฟ

รองเท้าผจญเพลิงถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้สวมใส่ได้รับความปลอดภัยและความสะดวกสบายสูงสุด ทำจากวุสดุยางซึ่งช่วยลดน้ำหนักรองเท้าบู๊ต แถมยังคงประสิทธิภาพในการป้องกันไฟสูง เสริมการปกป้องในส่วนข้อเท้า ช่วยลดอาการบาดเจ็บระหว่างการหน้าที่

5.ถุงมือกันไฟ

นักดับเพลิงมีถุงมือที่หลากหลายชนิด เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน อย่างเช่นถุงมือผ่าตัดเพื่อใช้ปกป้องร่างกายจากอันตรายทางชีวภาพ, ถุงมือป้องกันสารเคมี และถุงมือกันความร้อนทั่วไป ไม่มีถุงมือตัวคู่เดียวที่สามารถจะให้การป้องกันอย่างเพียงพอสำหรับอันตรายทั้งหมดที่พวกเขาอาจต้องเผชิญ  ถุงมือแต่ละคู่มีราคาอยู่ที่ประมาณ 3,500 บาท

6.เครื่องช่วยหายใจ

อุปกรณ์สำคัญที่นักผจญเพลิงจะขาดไปไม่ได้ เมื่อต้องทำหน้าที่ในสถานที่ ๆ เต็มไปด้วยควันร้อน ขาดออกซิเจน เต็มไปด้วยสารพิษ เครื่องช่วยหายใจจะเป็นแหล่งอากาศที่สะอาดที่เพียงพอในการปฎิบัติหน้าที่ได้ต่อไปได้เพียงพอ โดยมีราคาอยู่ที่ 200,000 บาท

เจาะลึกอาชีพเจ้าหน้าที่ประจำแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลที่มีความเสี่ยงสูง

เจาะลึกอาชีพเจ้าหน้าที่ประจำแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลที่มีความเสี่ยงสูง

post

การขุดเจาะนอกชายฝั่งเป็นกระบวนการสกัดน้ำมันและก๊าซจากแหล่งใต้น้ำ ซึ่งในแต่ละปีก็จะขุดลึกกันลงไปเรื่อย ๆ เนื่องจากการขุดเชื้อเพลิงฟอสซิลในบริเวณชายฝั่งนั้นได้หมดไปแล้ว แต่ความอันตรายมันอยู่ที่ว่า ยิ่งเราขุดลึกลงไปแค่ไหน ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุก็ยิ่งสูงตามขึ้นไปด้วย เพราะว่าบริเวณที่ทำงานอยู่กลางทะเล เต็มไปด้วยคนงานกว่าหลายร้อยชีวิต มีเกิดเหตุเพลิงไหม้จึงเป็นอันตรายมากกว่าบนบกหลายเท่า คนงานไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้ นอกจากลงเรือกู้ชีพ ในขณะเดียวกันเมื่อมีผู้ป่วยหนัก หรือบาดเจ็บ จะต้องรอส่งขึ้นเฮลิคอปเตอร์กลับไปยังแผ่นดินใหญ่เท่านั้น ถึงแม้ว่าในแถ่นจะมีห้องพยาบาลแต่ก็มีขีดจำกัดในการรักษาผู้ป่วย และผู้บาดเจ็บได้ จึงทำให้งานบนแท่นขุดเจาะถือว่ามีความเสี่ยงต่อชีวิตสูงมากเลยทีเดียว

กระบวนการขุดเจาะจะต้องใช้หัวขุดเจาะที่มีความยาวเริ่มต้นที่ผิวน้ำและสิ้นสุดที่ 18,000 ฟุตใต้พื้นทะเล พวกมันจะต้องถูกนำมาเปลี่ยนให้พร้อมใช้งานเสมอ แต่บางแท่นก็เลือกที่จะใช้งานต่อไปจนมันพังไปในที่สุด และโอกาสที่เราคาดไม่ถึงก็อาจมาถึง ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้เลยเมื่อทำงานอยู่บนนั้น อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับฤดูต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับพายุฝน ที่จะทำให้งานของคนงานเสี่ยงขึ้นไปอีก หัวหน้าคุมงานได้ออกมาเผยความจริงว่าสาเหตุที่แท่นขุดเจาะส่วนใหญ่ไม่สามารถหยุดเหตุการณ์น้ำมันรั่วได้ เพราะพวกเขาไม่เคยที่จะหยุดในความลึกที่กำหนด รวมถึงไม่เตรียมพร้อมรับมือปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

อย่างในแท่นขุดเจาะ Deepwater Horizon ถือเป็นเป็นแท่นขุดเจาะที่ลึกที่สุดในโลก ก่อนที่มันจะระเบิดและจมลงเมื่อวันที่ 20 เมษายน หลังจากที่พวกเขาเจาะลงไปที่ความลึก 35,055 ฟุต (10 กิโลเมตร) หรือลึกกว่า 6 ไมล์ สาเหตุเพราะพวกเขาพยายามขุดเจาะลงไปลึกกว่าที่เคยเป็นเวลากว่า 20 ชั่วโมง ต่อมาก็เกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรงขึ้น จนมีคำกล่าวว่า การขุดเจาะน้ำมันไม่ได้เพียงแค่เสี่ยงชีวิตเราอย่างเดียว แต่อาจสร้างความเสียหายตลอดแนวชายฝั่ง และระบบนิเวศใต้น้ำอีกด้วย แต่ถึงอย่างไรผู้คนก็ยังคงทำงานกันอย่างหนักเพื่อค่าตอบแทนมหาศาลที่มาพร้อมค่าเสี่ยง ราคาเท่าไหร่กันที่คนเราจะเอาชีวิตไปเสี่ยงตายกันได้ สำหรับคนงานธรรมดาบนแท่นขุดเจาะนั้น มีค่าตอบแถน 300 เหรียญต่อวัน หรือประมาณ 47,000 เหรียญต่อปี (1.5 ล้านบาท) แต่สำหรับหัวหน้าคนงานนั้นจะมีเงินตอบแทนที่สูงมากกว่า ถึง 75,000 – 100,000 เหรียญ ( 3.3 ล้านบาท)

เริ่มต้นการพัฒนาทักษะสำหรับเด็กเล็ก

เริ่มต้นการพัฒนาทักษะสำหรับเด็กเล็ก

post

เด็กเล็กตั้งแต่อายุ 1 – 5 ขวบ เป็นช่วงวัยที่กำลังอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก พวกเขาจะชอบสังเกตุสิ่งต่าง ๆ มากเป็นพิเศษ เพราะพัฒนาการส่วนใหญ่สำหรับเด็กวัยนี้คือพัฒนาการสมองที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พวกเขาจะเริ่มคลาน เริ่มเรียนรู้การพูด การเข้าสังคม และทักษะทางอารมณ์ที่ช่วยให้เขาสามารถตอบสนองต่อคนในครอบครัวได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้พวกเขาจะมีจินตนาการเป็นพิเศษ เป็นช่วงที่มีความฝันอยากเป็นนักบินอวกาศ หรือแม้แต่เป็นเจ้าหญิงที่รอเจ้าชายมาช่วยจากมังกร ในการที่จะทำให้พวกเขาเป็นเหมือนไอน์สไตตัวน้อยของครอบครัวนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย

1.การดูแลตนเอง

การสอนให้เขามีคววามรับผิดชอบ เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญอย่างมาก โดยในช่วงอายุ 5 ขวบเด็กสามารถแต่งตัวเองได้แล้ว สามารถนำเสื้อผ้าไปใส่ตระกร้า หรือเครื่องซักผ้าได้เมื่อกลับมาจากโรงเรียน พ่อแม่อาจจะยื่นมือเข้ามาช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้น แต่ให้มั่นใจว่าเด็กจะต้องทำในบางส่วนด้วย ถือเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันไม่ใช่ทำแทนกัน โดยไม่มีเกี่ยงว่าจะเหนื่อยแค่ไหน แต่ให้เขาระลึกไว้ว่ามันเป็นงานที่ต้องทำ

2.การช่วยเหลือในครัว

เด็กชอบเล่นทำอาหาร โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง การให้เข้ามาช่วยงานเล็กน้อย ๆ ในห้องครัวเป็นการฝึกทักษะที่ดี แถมเป็นที่ชื่นชอบสำหรับเด็ก ๆ อาจจะทำให้การทำอาหารของเราช้าหน่อย แต่เป็นการสอนให้เด็กรู้จักขั้นตอนการทำอาหาร กว่าจะได้กินข้าวแต่ละมื้อต้องทำอย่างไร พวกเขาก็จะเห็นคุณค่าของอาหารมากขึ้น พยายามสอนให้นำจานมาเก็บหลังจากทานอาหารทุกมื้อ

3.ทำการบ้านของตนเอง

แทนที่จะคอยบังคับให้ทำการบ้าน ลองปล่อยให้เขาเผชิญหน้าของผลลัพธ์จากการที่ไม่ทำการบ้านแทน แค่พยายามถามว่าเด็กมีการบ้านมาทำไหม และคอยแนะนำให้ทำก่อนที่จะกินข้าวเย็น หลังจากนั้นปล่อยให้เขาคิดเอง สอง – สามสัปดาห์ ถ้าเกิดเขาขอความช่วยเหลือก็คอยให้คำแนะนำและสอนอย่างถูกต้อง หลังจากนั้นให้ทำการเขียนจดหมายถึงครูว่ากำลังสอนให้เขารับผิดชอบการบ้านของตนเอง ไม่ได้ปล่อยปะละเลยแต่อย่างใด เพื่อให้ครูคอยจับตามองและกระตุ้นอยู่เสมอ

การจะให้เด็กฉลาดไม่ใช่เรื่องที่เราต้องไปควบคุมตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือเด็กต้องรู้จักคิดเองเป็น กล้าที่จะแสดงออก และยอมรับความช่วยเหลือจากผู้อื่นเมื่อไม่รู้คำตอบ ดังนั้นผู้สอนจึงมีหน้าที่คอยให้คำชี้นำต่าง ๆ ให้พวกเขาคิดตาม ไม่ใช่เฉลยคำตอบไปเสียหมดเพราะอาจทำให้เด็กเสียโอกาสในการเรียนรู้ แทนที่จะให้พวกเขาทำการบ้านทั้งวัน บังคับให้อ่านหนังสือ สู้เอาเวลาไปทำกิจกรรมสนุก ๆ ที่แฝงความรู้จะดีกว่า

ความปลอดภัย หัวข้อ ความปลอดภัยในงานช่างที่มองข้ามไม่ได้

ความปลอดภัย หัวข้อ ความปลอดภัยในงานช่างที่มองข้ามไม่ได้

post

การฎิบัติงานหรือการทำงานในสายงานอาชีพช่าง ไม่ว่าจะเป็นช่างในสาขาใด ช่างกล ช่างไฟฟ้า ช่างอิเล็กโทรนิกส์ ช่างซ่อมบำรุง ช่างประปา ช่างก่อสร้าง ช่างกล ช่างเหล็ก และอื่น ๆ สารพัดช่างนั้น อย่างที่ได้ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นการปฎิบัติงานที่ต้องคลุกคลีใกล้ชิดอยู่กับเครื่องยนต์ กลไกและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เต็มไปด้วยอันตรายที่สามารถจะเกกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้ว่าช่างจะเป็นคำเรียกที่บ่งบอกถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่พิเศษยิ่งกว่าสายงานอื่น ๆ ทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญในอุปกรณ์เครื่องมือที่ตนนั้นปฎิบัติอยู่ แต่อุบัติเหตุและอันตรายก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่เลือกสถานที่ โอกาส และวันเวลา ดังนั้นความปลอดภัยในการปฎิบัติงานทุก ๆ วินาทีและทุก ๆ ขั้นตอนกระบวนการการทำงานจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไปไม่ได้เลย ส่วนใหญ่แล้วอันตรายและอุบัติเหตุความผิดพลาดของการปฎิบัติงานช่างนั้นมักจะเกิดจาก

1.เครื่องมือ เคื่องใช้ทางช่างเอง และวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ 

 ซึ่งสาเหตุก็มาจากเครื่องมือและอุปกรณ์เหล่านั้นมักจะเกิดการชำรุด เสียหายหักพัง ขึ้นมาในช่วงเวลานั้นพอดี ยิ่งถ้าเครื่องมือชิ้นนั้นเป็นของมีคม มีกลไกที่เสี่ยงอันตราย มีกระแสไฟฟ้าก็ยิ่งทำให้เกิดอันตรายที่ร้ายแรงมากขึ้นเป็นทวีคูณตามมา สาเหตุมาจากวิธีการในการจัดเก็บและบรรจุ หรือวางวัสดุโดยไม่เป็นระเบียบ ไม่เคร่งครัด หรืออีกสาเหตุก็คือการใช้เครื่องมือช่างต่าง ๆ ในขณะซ๋อมหรือปฎิบัติงานอย่างผิดประเภทหรืออาจจะถูกประเภท ถูกชนิดแต่ไม่ถูกต้องลักษณะการใช้ของงานที่ควรจะเป็น สายไฟฟ้าและอุปกรณ์อยู่ในสภาพที่เก่า มีรอยรั่ว  ปริแตก ชำรุด แต่ไม่รีบแก้ไขเปลี่ยนและซ่อมให้อยู่ในสภาพการใช้งานที่ดีพอ การรั่วไหลของเชื้อเพลิงจากการจัดเก็บที่ไม่ดี เป็นต้น

2 .ระบบในการทำงานไม่ดีพอ ไม่เอื้อต่อการปฎิบัติจริง และสถานที่ที่ทำงานไม่เหมาะสม

 มักมาจากสาเหตุของการวางแผนการทำงานที่ไม่รอบคอบ หรือมีการทำงานในกระบวนการผิดขั้นตอน การไม่มีการสื่อสาร ขาดการประสานงานในระบบงานี่ชัดเจน เข้าใจตรงกันมากพอ สถานที่ในการทำงานคับแคบ ทำให้การปฎิบัติงานไม่สะดวก หรืออาจจะเกอดจากการถ่ายเทอากาศในสถานที่นั้น อับและอากาศถ่ายเทได้ไม่ดี เรื่องของแสงสว่างก็สำคัญ อุบัติเหตุและอันตรายในงานช่างหลายครั้งเกิดจากการที่สถานที่นั้นมีแสงสว่างไม่เพียงพอ อุปกรณ์ต่าง ๆ ติดตั้งไม่ดี ไมแน่นหนา ทำให้เกิดการ ล้ม พัง พลาด จนเกิดอุบัติเหตุ

หากมีการตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้และรีบเร่งแก้ไขบูรณาการสิ่งที่เป็นจุดอันตรายเหล่านี้ได้ ในองค์กร สถานที่ปฎิบัติงานก็จะปลอดภัยจากอันตรายของงานช่างได้ และที่สำคัญตัวช่างเองและผู้เกี่ยวข้องต้องมีความตระหนักถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ปฎิบัติตามกฎและข้อพึงปฎิยบัติอย่างเคร่งครัดก็จะปลอดภัยจากอุบัติเหตุได้

ความปลอดภัยในการเดินป่าที่ควรรู้

ความปลอดภัยในการเดินป่าที่ควรรู้

post

กิจกรรมท่องเที่ยวเดินป่า เป็นอีกรูปแบบของกิจกรรมและการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมกันมากในช่วงหลัง ๆ ซ฿งก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นกิจกรรมที่น่าส่งเสริม การที่คนเราได้ใกล้ชิดธรรมชาติใกล้ชิดกับป่าไม้ทำให้เกิดความรักและหวงแหน ชื่นชมและเสียดายในความสวยงาม บรรยากาศดี ๆ และความสดชื่นที่เราได้รับยามเดินป่า ทำให้เกิดสำนึกความรักธรรมชาติและทรัพยากรป่าไม้และไม่คืดทำลายป่าไม้ แต่การเดินป่าก็ใช่ว่าจะมีเฉพาะแต่ความสนุกเท่านั้น แต่การเดินป่าก็อาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้ทุกเมื่อเพราะถึงอย่างไรก็ขึ้นชื่อว่าเป็นป่า ดังนั้นหากใครที่กำลังเตรียมตัวหรือมีความคิดจะไปเดินป่าควรจะมีการเตรียมตัวในเรื่องความปลอดภัยในการเดินป่าดังนี้

ก่อนอื่นเมื่อเราจะเดินป่าและกำหนดพื้นที่แน่นอนแล้ว่าจะไปเดินป่าที่ไหน ควรใช้เวลาก่อนหน้านั้นในการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับป่าและบริเวณที่จะไปเดินป่าดี เช่น สภาพภูมิประเทศ อากาศ และลักษณะของป่าที่จะไปเดินป่าแต่ละชนิดก็มีลักษณะแตกต่างกัน การเดินป่าก็มีข้อควรปฎิบัติและระมันระวังต่างกันไป เช่น

การเดินป่าที่เป็นภูมิประเทศตามสันเขา เป็นการเดินป่าที่เรียกเว่าง่ายที่สุด เพราะมักจะเดินตามรอยทางที่สัตว์ป่าเดินอยู่ก่อน ไม่รกคดเคี้ยวแต่มักจะเป็นที่โล่ง ต้นไม้ไม่มาก สามารถมองลงไปเห็นเบื้องล่างได้ วิวก็สวย ข้อควรระวังก็คือ ต้องมีเข็มทิศและศึกษาเส้นทางอย่างดีเพราะมักจะมีเส้นทางให้เลือกเดินเยอะเนื่องจากมีทั้งคนและสัตว์เดินปผ่านหลายทาง

การเดินป่าชนิดป่าแบบภูมิประเทศเป็นลำห้วย ป่าชนิดนี้จะเดนยากกว่าทั้งมีต้นไม้ขึ้นรกจากความสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ มีพื้นที่ต่ำสูง เป็นโคลนเลนอยู่กระจายทั่วไป การเตรียมการคือเสื้อผ้าและรองเท้า ต้องเมาะสม ไม่ลื่นเสื้อผ้าควรมิดชิดรัดกุม เพราะจะมีทั้งสัตว์เล็ก ๆ แมลง ตัวทาก ริ้นไร ต่าง ๆ ที่อาจอันตรายหรือแม้แต่งู ต้องช่างสังเกตและหูตาไวด้วย

การเดินป่าแบบภูมิประเทศที่เป็นป่าทึบ การเดินป่าทึบเป็นการเดินป่าที่ต้องการความทรหด อดทน ชำนาญและสุขุมมาก ๆ เป็นการเดินป่าในรูปแบบที่ยากที่สุด เพราะป่ามีทั้งต้นไม้มากมาย มีสัตว์ต่าง ๆ มากมายเนที่อยู่ของสัตว์ป่าอาศํยอยู่มาก จำเป็นต้องเดินอย่างระมัดระวัง เงียบ และรอบคอบ

อุปกรณ์ที่นำติดตัวไปก็สำคัญเมื่อจะเดินป่าและได้ศ฿กษาลักษณะ รายละเอียดของป่าแล้ว ก็จะต้องเลือกจัดหาเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับลักษณะป่าที่คิดว่าจำเป็นต้องใช้ไปให้ครบถ้วนด้วย การเดินป่าครั้งนี้จึงจะประสบความสำเร็จและได้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ปลอดภัยอย่างแท้จริง

ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง

ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง

post

ไฟฟ้าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกและเป็นพลังงานที่มีคุณประโยชน์อย่างมหาศาลต่อคนเรา ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไฟฟ้าในส่วนขององค์กร ห้างร้าน บริษัท หรือแม้แต่การใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ตามบ้านทั่วไป ส่วนตัวเราทุกคนต้องเกี่ยวข้องและใช้ไฟฟ้ากันอยู่ทุกวันและตลอดทั้งวันอยู่แล้วโดยปกติ ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาก็จะต้องเปิดไฟ ใช้ไฟฟ้าในการประกอบอาหาร บ้างก็นั่งรถไฟฟ้าไปทำงาน เปิดไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศที่ทำงาน ใช้อุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ต่าง ๆ เช่นคอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร เป็นต้น แม้แต่คนต่างจังหวัดที่ไม่ได้ทำงานตามบริษัทก็ยังต้องใช้ไฟฟ้าเช่นกัน เช่นการใช้ไฟฟ้ากับปั๊มน้ำเพื่อนำน้ำมาใช้ในการเกษตร การใช้ไฟในฟาร์มอย่างเครื่องไฟกก เป็นต้น

ดังนั้นเมื่อคนเราต้องใช้ไฟฟ้าจนไฟฟ้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ขาดเสียไม่ได้แล้วการใช้ไฟฟ้าด้วยวิธีการที่ถูกต้องและระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะไฟฟ้าหากพลาดแล้วก็ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ ทั้งโดยอุบัติเหตุและความประมาท การใช้ไฟฟ้าให้ปลอดภัยและถูกต้องมีดังนี้

1. เมื่อจะใช้เครื่องไฟฟ้าชิ้นใดครั้งแรกจำเป็นจะต้องอ่านคู่มือให้ละเอียดและเข้าใจเสียก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น เช่นประเภทการใช้ไฟความแรงของกระแสไฟฟ้า เป็นต้น

2. อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าที่ใช้ควรได้รับการตรวจสอบและดูแลให้อยู่ในสภาพที่ดี พร้อมที่จะใช้งานได้อย่างปลอดภัยเสมอ ไม่ใช้หรือหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความชำรุดเสียหายโดยเด็ดขาด หากจำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าชิ้นนั้นก็จะต้องนำไปซ่อมแซมให้คงสภาพที่ดีพร้อมใช้งานก่อน

3. ไม่ควรซ่อมไฟฟ้าเองหากไม่ได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาอาชีพช่างไฟฟ้ามาก่อน และไม่ควรให้คนที่ไม่ร็ดีเกี่ยวกับไฟฟ้าไปซ๋อมหรือยุ่งเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า

4. การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้ง เมื่อจะใช้ต้องตรวจดูก่อนว่าตัวสวิตช์ไฟปิดเปิดนั้นไม่ได้เปิดให้เครื่องทำงานอยู๋ก่อน เพราะถ้าสวิตช์เปืดอยู่โอกาสที่ไฟฟ้าจะช็อตจะมีสูงมาก ทั้งอันตรายต่อคนที่เสียบปลั๊กนั้นและความเสียหายต่อตัวเครื่องใช้ไฟฟ้าเองด้วย

5. เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ไม่ควรนำสิ่งใดไปวางชิด พิง หรือแม้แต่พลาสติก ผ้า คลุมลงบนตัวเครื่องใช้ไฟฟ้าเพราะจะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุดไว มีอายุการใช้งานสั้น ไม่ถูกระบายความร้อนอย่างที่ควรจะเป็น

ความปลอดภัยจากการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นอยู่กับความรอบคอบและท่องไว้ทุกครั้งเมื่อจะใช้ไฟฟ้าว่าไม่ควรประมาท เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นมาแล้วอาจจะอันตรายและเสียหายเกินกว่าจะคาดถึงได้

หลักความปลอดภัยภายในโรงงาน

หลักความปลอดภัยภายในโรงงาน

post

โรงงานอุตสาหกรรมไม่ว่าที่ใดก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีเครื่องจักรที่เป็นอันตรายอยู่ บางครั้งอาจจะมีสารเคมี บางครั้งอาจจะมีความมีคมทำให้ได้รับบาดเจ็บได้ หรือบางครั้งอาจจะมีอันตรายจนถึงชีวิต และในโรงงานส่วนใหญ่ก็จะมีคน หรือแรงงานที่ทำงานอยู่ในนั้นด้วย ดังนั้นเมื่อชีวิตต้องอยู่ในความเสี่ยง จึงต้องมีหลักความปลอดภัยขึ้นในโรงงาน เพื่อที่จะป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับคนที่อยู่ในบริเวณโรงงานนั้นๆ ซึ่งในแต่ละโรงงานก็จะมีการใช้มาตรการความปลอดภัยที่แตกต่างกันออกไป แต่ที่ได้รับความนิยม และความครอบคลุมมากที่สุดนั่นก็คือ หลักความปลอดภัย 3 โดยจะเอามาใช้ในการสร้างความปลอดภัยในโรงงาน โดยในบทความนี้เราจะแบ่งหลักความปลอดภัยออกเป็น 4 หลักการด้วยกัน ดังนี้

  1. หลักการสร้างความรับผิดชอบ ซึ่งในการสร้างความรับผิดชอบนี้ไม่เพียงแค่ตัวพนักงานเท่านั้น เพราะเจ้าของโรงงาน รวมไปถึงวิศวกรเองก็ต้องมีความรับผิดชอบมากๆ ด้วย เพราะถือว่าทั้งสองนั้นมีความรู้ รวมถึงทราบส่วนต่างๆ ของโรงงานดีกว่าพนักงานอยู่แล้ว ฉะนั้นแล้วเจ้าของโรงงานเองจะต้องมีความรับผิดชอบในเรื่องของการจัดการหาอุปกรณ์เซฟตี้ต่างๆ ให้เพียงพอต่อความต้องการ รวมทั้งดำเนินการรักษาความปลอดภัยตามกฎหมายข้อบังคับเกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเคร่งครัดด้วย ในส่วนของวิศวกรนั้น อาจจะมีหลายแผนก ทั้งด้านรักษาความปลอดภัย ทั้งด้านเครื่องจักรต่างๆ ซึ่งแต่ละฝ่ายเองจะต้องทำตามหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด ตรวจสอบ ควบคุม แก้ไขส่วนต่างอย่างรอบคอบมากที่สุด เพราะถ้าพลาดเมื่อไร อาจจะมีการสูญเสียถึงชีวิตได้ และที่สำคัญไม่แพ้กันคือผู้ปฏิบัติงาน หรือพนักงานเองก็จะต้องปฏิบัติงานอย่างไม่ประมาท มีความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานอย่างดี หากต้องทำงานกับเครื่องจักรก็ควรทราบการทำงานอย่างละเอียด เพื่อที่จะได้ปลอดภัยในขณะใช้งาน หรือหากมันมีความขัดข้องเกิดขึ้น จะได้ทราบอย่างทันท่วงที
  2. หลักการความไม่ประมาท อย่างที่เรากล่าวไปว่าทุกๆ ฝ่าย จะต้องปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยไปด้วยกัน ในเรื่องความประมาทก็เช่นกัน ทุกคนที่ทำหน้าที่ในโรงงานต่างก็มีความสำคัญด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นควรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาท สุขภาพร่างกายจะต้องพร้อม รวมไปจนถึงสภาพจิตใจด้วย จะต้องมีสติอยู่เสมอขณะที่ทำงาน พร้อมทั้งไม่ฝ่าฝืนกฎระเบียบต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้
  3. หลักของความสะอาด ความสะอาดภายในโรงงานจะส่งผลต่อสุขภาพ ของคนภายในโรงงานเช่นกัน ดังนั้นจะโรงงานจะต้องมีการทำความสะอาดอยู่บ่อยครั้ง เพราะเมื่อไรที่ภายในโรงงานสกปรก ก็จะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคได้อย่างดีทีเดียว จะส่งผลต่อสุขภาพของพนักงานจากนั้นงานในโรงงานเองก็จะได้รับผลเสียตามมา
  4. หลัก 3 E คือหลักการที่เราได้พูดถึงในข้างต้นว่ามีการนำไปใช้อยู่บ่อยๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้
  • E ตัวแรกคือEngineering หรือวิศวกรรมศาสตร์ เป็นการใช้ความรู้ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ในการดูแล คำนวณ หรือออกแบบเครื่องจักร ให้มีสภาพการใช้งานที่ปลอดภัยมากที่สุด
  • E ตัวที่สอง คือEducation หรือการศึกษา หมายถึงการให้ความรู้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในโรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยต่างๆ เพื่อที่จะสร้างความปลอดภัย รวมถึงช่วยลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น และพร้อมที่จะรับมือหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงๆ
  • E ตัวสุดท้าย คือEnforcement หรือการออกกฎข้อบังคับ เป็นการกำหนดมาตรการอย่างรอบคอบ ให้คนในโรงงานปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยทุกคนจะต้องทำตามหากมีใครฝ่าฝืนอาจจะต้องวิธีในการลงโทษตามความเหมาะสม

 

 

 

https://sites.google.com/site/suxkarreiynkhwamplxdphay/7-hlak-kar-srang-khwam-plxdphay-ni-ngan-xutsahkrrm

สร้างความปลอดภัยที่ทำงาน

สร้างความปลอดภัยที่ทำงาน

post

สถานที่ทำงานคือสถานที่ที่คุณจะต้องอยู่ในขณะที่คุณทำงาน ดังนั้นจึงจำเป็นมากที่สถานที่ที่คุณทำงานอยู่นั้นจะต้องมีความปลอดภัย ไม่ว่าสถานที่ทำงานนั้นจะออฟฟิศ โรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน หรืออะไรก็ตาม เมื่อมีสิ่งมีชีวิตที่ต้องอาศัยอยู่ในนั้น ความปลอดภัยจะต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด เพราะหากสถานที่ทำงานของคุณไม่ปลอดภัย มันอาจจะทำให้เกิดการสูญเสียจนถึงชีวิตเลยก็ได้ ในวันนี้เราจึงมีวิธีการสร้างความปลอดภัยในที่ทำงาน เพื่อให้ทุกคนได้นำเอาไปใช้กัน ทั้งตัวผู้ประกอบการ และพนักงานเองก็ตาม

  • สะอาด เป็นหลักการแรกๆ ที่เราสามารถทำได้ง่ายๆ ยิ่งถ้าหากว่าสถานที่ทำงานของคุณเป็นสถานที่ที่ไม่ใหญ่มาก อย่างออฟฟิศ การทำความสะอาดในพื้นที่เล็กๆ ก็สามารถที่จะทำได้ง่าย มันคือการจัดแจงเอาสิ่งที่ไม่จำเป็นแล้วออกไป จะช่วยเพิ่มทั้งความสะอาดให้กับที่ทำงานคุณ แถมยังลดพื้นที่ให้เชื้อโรคตัวน้อยๆ อยู่ด้วย แต่หากที่ทำงานของคุณเป็นโรงงานหรือสถานที่กว้างๆ ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่หน้าที่ของคุณในการทำความสะอาด แต่คุณเองก็จะต้องมีจิตใต้สำนึกที่ดี ที่จะไม่ทำให้มันแย่ลง ด้วยการช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดเท่าที่จะทำได้ ในส่วนของผู้ประกอบการเองก็จะต้องมีจิตสำนึกเช่นกัน ต้องมีการทำความสะอาดสถานที่ทำงานอยู่บ่อยๆ เพื่อลดพื้นที่เพาะพันธุ์เชื้อโรค ที่อาจจะมาจากความสกปรก หรือฝุ่นละอองต่างๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อพนักงานของคุณ
  • สะดวก แน่นอนว่าคงไม่มีใครนั่งทำงานอยู่นิ่งๆ กับที่ทั้งวันไม่ได้เดิน หรือขยับออกไปไหนมาไหน ดังนั้นจะต้องทำให้สถานที่ทำงานของคุณนั้นดูสะดวก ไม่รกจนเกินไป จัดวางสิ่งของอย่างเป็นระเบียบ นอกจากนี้แล้วยังทำให้คุณสามารถที่จะหาของสิ่งนั้นได้ง่ายกว่าเดิมด้วย
  • เช็คสภาพ หมั่นเช็คสภาพอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุณใช้ในการทำงานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ในสำนักงาน หรือหากทำงานในโรงงานที่มีเครื่องจักร คุณเองจะต้องทราบว่าเครื่องจักรที่คุณใช้ทำงานนั้น มีกระบวนการทำงานอย่างไร เพื่อที่ว่าหากมันเกิดความขัดข้องขึ้น คุณจะรู้ทันแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที ส่วนเจ้าของกิจการเอง หรือวิศวกรผู้ที่ดุแลในเรื่องของเครื่องจักร ก็จะต้องทำงานอย่างเต็มที่และรอบคอบ
  • ไม่ประมาท หมายความว่าเมื่อคุณอยู่ในที่ทำงานแล้ว รู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น อย่าปล่อยละเลยไปแล้วคิดว่าคงไม่เป็นไร เพราะนั่นอาจจะนำมาสู่หายนะอันยิ่งใหญ่ได้
  • สร้างนิสัย หมายความว่าสิ่งที่คุณทำมาตั้งแต่แรก คุณจะต้องทำมันอยู่อย่านั้น ไม่ใช่ว่าปล่อยให้มันแย่แล้วค่อยมาทำใหม่ ซึ่งมันอาจจะลำบาก แล้วทำให้คุณไม่มีความรู้สึกที่จะอยากทำมันต่อไป ดังนั้นจงปฏิบัติจนให้เกิดนิสัย เมื่อคุณเองรู้สึกเคยชินกับสิ่งที่คุณทำ คุณก็จะทำมันได้โดยอัตโนมัติ ไม่รู้สึกว่าฝืนเมื่อต้องทำสิ่งเหล่านี้

 

 

 

http://www.npc-se.co.th/read/npc_read_detail.asp?read_id=1327&cate_id=3