เด็กเล็กตั้งแต่อายุ 1 – 5 ขวบ เป็นช่วงวัยที่กำลังอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก พวกเขาจะชอบสังเกตุสิ่งต่าง ๆ มากเป็นพิเศษ เพราะพัฒนาการส่วนใหญ่สำหรับเด็กวัยนี้คือพัฒนาการสมองที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พวกเขาจะเริ่มคลาน เริ่มเรียนรู้การพูด การเข้าสังคม และทักษะทางอารมณ์ที่ช่วยให้เขาสามารถตอบสนองต่อคนในครอบครัวได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้พวกเขาจะมีจินตนาการเป็นพิเศษ เป็นช่วงที่มีความฝันอยากเป็นนักบินอวกาศ หรือแม้แต่เป็นเจ้าหญิงที่รอเจ้าชายมาช่วยจากมังกร ในการที่จะทำให้พวกเขาเป็นเหมือนไอน์สไตตัวน้อยของครอบครัวนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย

1.การดูแลตนเอง

การสอนให้เขามีคววามรับผิดชอบ เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญอย่างมาก โดยในช่วงอายุ 5 ขวบเด็กสามารถแต่งตัวเองได้แล้ว สามารถนำเสื้อผ้าไปใส่ตระกร้า หรือเครื่องซักผ้าได้เมื่อกลับมาจากโรงเรียน พ่อแม่อาจจะยื่นมือเข้ามาช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้น แต่ให้มั่นใจว่าเด็กจะต้องทำในบางส่วนด้วย ถือเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันไม่ใช่ทำแทนกัน โดยไม่มีเกี่ยงว่าจะเหนื่อยแค่ไหน แต่ให้เขาระลึกไว้ว่ามันเป็นงานที่ต้องทำ

2.การช่วยเหลือในครัว

เด็กชอบเล่นทำอาหาร โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง การให้เข้ามาช่วยงานเล็กน้อย ๆ ในห้องครัวเป็นการฝึกทักษะที่ดี แถมเป็นที่ชื่นชอบสำหรับเด็ก ๆ อาจจะทำให้การทำอาหารของเราช้าหน่อย แต่เป็นการสอนให้เด็กรู้จักขั้นตอนการทำอาหาร กว่าจะได้กินข้าวแต่ละมื้อต้องทำอย่างไร พวกเขาก็จะเห็นคุณค่าของอาหารมากขึ้น พยายามสอนให้นำจานมาเก็บหลังจากทานอาหารทุกมื้อ

3.ทำการบ้านของตนเอง

แทนที่จะคอยบังคับให้ทำการบ้าน ลองปล่อยให้เขาเผชิญหน้าของผลลัพธ์จากการที่ไม่ทำการบ้านแทน แค่พยายามถามว่าเด็กมีการบ้านมาทำไหม และคอยแนะนำให้ทำก่อนที่จะกินข้าวเย็น หลังจากนั้นปล่อยให้เขาคิดเอง สอง – สามสัปดาห์ ถ้าเกิดเขาขอความช่วยเหลือก็คอยให้คำแนะนำและสอนอย่างถูกต้อง หลังจากนั้นให้ทำการเขียนจดหมายถึงครูว่ากำลังสอนให้เขารับผิดชอบการบ้านของตนเอง ไม่ได้ปล่อยปะละเลยแต่อย่างใด เพื่อให้ครูคอยจับตามองและกระตุ้นอยู่เสมอ

การจะให้เด็กฉลาดไม่ใช่เรื่องที่เราต้องไปควบคุมตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือเด็กต้องรู้จักคิดเองเป็น กล้าที่จะแสดงออก และยอมรับความช่วยเหลือจากผู้อื่นเมื่อไม่รู้คำตอบ ดังนั้นผู้สอนจึงมีหน้าที่คอยให้คำชี้นำต่าง ๆ ให้พวกเขาคิดตาม ไม่ใช่เฉลยคำตอบไปเสียหมดเพราะอาจทำให้เด็กเสียโอกาสในการเรียนรู้ แทนที่จะให้พวกเขาทำการบ้านทั้งวัน บังคับให้อ่านหนังสือ สู้เอาเวลาไปทำกิจกรรมสนุก ๆ ที่แฝงความรู้จะดีกว่า