ทุกวันนี้การดำรงชีวิตของเรานั้นต้องเป็นทั้งผู้บริโภคสินค้าและบริการอยู่ตลอด  ทั้งสินค้าที่เป็นของกิน  ของใช้  และเครื่องประดับตกแต่งต่าง  ๆ อีกทั้งใช้บริการต่าง ๆ อยู่สม่ำเสมอ  ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าและบริการเหล่านั้นก็ไม่ได้ดีเสมอกันไปทั้งหมด  ดังนั้น  จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่เราต้องรู้สิทธิของผู้บริโภคที่พึงมี  และความชอบธรรมที่เราควรได้รับจากกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค  เป็นการป้องกันตนเองในเบื้องต้นและหลีกเลี่ยงการเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการ

กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค  คืออะไร

เป็นกฎหมายที่ตรงขึ้นเพื่อปกป้องคุ้มครองประชาชนชาวไทย  ที่ต้องใช้ชีวิตส่วนมากเป็นผู้บริโภคอยู่เสมอทั้งทางด้านสินค้าและบริการ  ทุกวันนี้สื่อต่าง  ๆ  มีเทคโนโลยีในการโฆษณาก้าวล้ำไปไกลและสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย  กฎหมายจึงต้องเร่งรีบทำการดูแลและติดตามคุณภาพของสินค้าและบริการทุกชนิดอย่างเข้มงวดเพื่อให้ประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมให้มากที่สุด  แต่หากเกิดเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถดูแลทั่วถึงได้  ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการใช้สินค้าอุปโภคบริโภคหรือบริการต่าง ๆ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ต้องรีบเข้าไปดูแลและแก้ไข  ประสานงานหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขให้ไวที่สุด  ตลอดจนเยียวยาและประสานชดเชยค่าเสียหายให้กับผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อน  โดยกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคนั้น  ได้แบ่งหน่วยงานรับผิดชอบตามประเภทและกรณีที่ผู้บริโภคได้รับความไม่เป็นธรรม  ดังนี้

  1.   เครื่องสำอาง อาหารและยา  –  สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
  2.  มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  –  สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
  3.   ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน  อาคารชุด –  กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย
  4.   ราคาและคุณภาพของสินค้าอุปโภคบริโภค  – กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
  5.   ประกันชีวิตหรือประกันภัย  –  กรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์

สิทธิของผู้บริโภค

  1.  สิทธิอันควรที่จะได้รับข่าวสารอย่างถูกต้อง  สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้
  2.  สิทธิของความอิสระในการตัดสินใจเลือกสินค้า  ไม่บังคับและกดขี่ข่มเหง
  3.  สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยในการใช้สินค้าและบริการ
  4.  สิทธิที่จะได้รับค่าชดเชยหรือค่าเสียหายกรณีที่ได้รับผลเสียจากการใช้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพ  ตลอดจนการละเมิดสิทธิ

หน้าที่ของผู้บริโภค

  1.  เลือกซื้อสินค้าอย่างระมัดระวังรอบคอบเพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ  ไม่เห็นแก่คำโฆษณาหรือส่วนลด  ตรวจสอบความเรียบร้อย  วันเดือนปีที่หมดอายุ  และฉลากต่าง ๆ  ให้ดี
  2. ทุกครั้งที่ต้องมีการทำสัญญาและลงลายมือชื่อ ให้อ่านอย่างละเอียดและตรวจสอบให้ถ้วนถี่ทุกครั้งอย่างรอบคอบ
  3. เก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องในการซื้อขายหรือรับบริการ เช่น  ใบเสร็จต่าง ๆ
  4. เมื่อได้รับความเสียหายด้วยตนเองหรือพบการละเมิดสิทธิอย่างไม่เป็นธรรมทั้งสินค้าและบริการ ให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด

 

ที่มา

http://www.mwit.ac.th